ธรรมาภิบาลท้องถิ่น ว่าด้วยการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส
เมษายน 6, 2010
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
มอง “คุณภาพชีวิตของชุมชน” ผ่านสายตา ผศ.กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง
กันยายน 17, 2008
คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่า ปัจจุบันวิถีการดำเนินชีวิตของคุณเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับคุณภาพชีวิตที่ไม่มั่นคง และปลอดภัยอย่างที่ควรจะพึงเป็นพึงได้ ดังนั้นสนทนาประสาวิชาการครั้งนี้จึงเรียนเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาพูดคุยในหัวข้อ “คุณภาพชีวิตของชุมชน” ให้คุณได้รับรู้ความเป็นไปของชุมชน และแก้ไขชีวิตได้อย่างทันท่วงที
Q1: อยากให้อาจารย์แนะนำตัวเอง ประวัติส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจว่า กว่าจะมายืนจุดนี้ต้องผ่านอะไรบ้าง?
อาจารย์เรียนจบปริญญาตรีคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งในตอนนั้นอาจารย์ที่สอนอย่าง อ.ศรีศักร วัลลิโภดม หรือหลายๆ คนสอนในแง่ของการเป็นนักคิดมากกว่ามาท่องจำประวัติศาสตร์ คือตั้งแต่แรกก็ไม่ได้คิดมาเป็นอาจารย์ แต่ด้วยนิสัยที่อยากเรียนรู้อะไรมากมายมหาศาล สมัยเรียนก็จะใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในห้องสมุด จะนั่งอ่าน นั่งค้นหาหนังสืออยู่ในนั้น นอกจากนี้ยังทำกิจกรรม อยู่ชมรมค่ายบำเพ็ญ ไปออกงานตามฟิลด์ต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพ เห็นชีวิตของชุมชนจริงๆ เราจึงได้รู้ว่า ชีวิตต่างก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ และมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมกันมาก พอได้เรียนปริญญาโทจึงเลือกเรียนในด้านสังคมสงเคราะห์ที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ในความเป็นชีวิต ความเป็นชุมชนมากขึ้น พอจบออกมาก็ได้เข้าไปทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ของศูนย์บริการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครอยู่ 3 ปี ก็เปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายเขียนแผน ซึ่งด้วยความที่เราชอบเขียนหนังสืออยู่แล้ว เราก็นำประสบการณ์จากที่เคยลงพื้นที่มาตั้งคำถาม และทำข้อมูลต่างๆ พอทำได้อีก 3 ปี รวมทำงาน 6 ปี ก็ตั้งใจสอบเข้ามาเป็นอาจารย์ จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 20 ปีเห็นจะได้
Q2: ความเป็นชุมชนที่อาจารย์ได้สัมผัสนั้น มีความน่าสนใจอย่างไร?
อาจารย์มองว่าชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีกระแสที่เข้ามาเปลี่ยน ซึ่งประชาชนในชุมชนก็จะเกิดปฏิกิริยาต่อสิ่งๆ นั้นว่าจะรับ หรือจะต้าน มันก็เหมือนกับการตีแบดมินตันที่ต้องโต้ตอบกัน ความเป็นชุมชนมีความหลากหลายมาก ตัวเราในฐานะนักวิชาการก็เป็นเหมือนนักตรวจจับอุณหภูมิคือ เวลาเราลงพื้นที่แต่ละครั้ง ชุมชนก็มีความเปลี่ยนแปลง ทำให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชุมชนได้ขยายเข้ามาในพื้นที่อุตสาหกรรม จึงเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้น คือ การจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายก็ต่างเรียกร้องซึ่งกันและกัน การจัดการความขัดแย้งของสังคมจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ตนเองสนใจ นอกจากการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่ได้เล่าไปแล้ว ในปัจจุบัน เรื่องสิทธิ กฎหมาย ได้เข้ามามีบทบาท จนตัวเราในฐานะนักวิชาการเกิดคำถามว่า เราลงไปช่วยเขาอย่างไร
งานวิจัยของเราเป็นที่น่าเชื่อถือสำหรับพวกเขาแค่ไหน ซึ่งเราก็บอกว่า ไม่ต้องมาเชื่อหรอก แต่ผลการศึกษาที่เราได้นำเสนอไปนั้นต้องขึ้นอยู่กับพวกคุณว่าจะทำหรือไม่ทำ เพราะเวลาเราลงไปตามพื้นที่ ความรู้จากการวิจัยสำคัญทั้งต่อตัวเรา ชุมชน และนักเรียน นักศึกษา เวลาเราทำวิจัย เราจึงต้องเอา “ใจ” ใส่ลงไปในงาน นี่คือสิ่งสำคัญ
Q3: อาจารย์มองคำว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” จะต้องเป็นอย่างไร?
ตอบได้ 2 มิติ ถ้าเคยอ่าน “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของอาจารย์ป๋วยแล้ว จะสะท้อนความเป็น “คุณภาพชีวิต” ได้ดีคือ ตั้งแต่เราเกิดมา เราก็อยากจะได้ชีวิตที่มีความปลอดภัย พอโตขึ้นเราก็ต้องการครอบครัวที่ได้รับการดูแล บางทีสิ่งเหล่านี้ก็มาจากตัวเราเอง ภาครัฐ หรือสิ่งรอบตัว ซึ่งเป็นนัยแฝงอยู่ในหนังสือ จุดนี้สามารถแตกย่อยเรื่องราวออกได้ทั้งเรื่องของสิทธิ สวัสดิการทางสังคม คุณภาพชีวิต และในอีกหลายๆ มุม
Q4: แล้วความเป็นไปได้ที่จะสร้าง “คุณภาพชีวิตที่ดี” ตามอุดมคติมีมากน้อยอย่างไร?
อาจารย์คิดว่า คนเราจะต้องมีคุณค่าของตนเอง คุณค่าที่อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว มันสร้างประโยชน์ได้มากมายเลยนะ สำหรับ “คุณภาพชีวิตที่ดี” ของชุมชนเมือง เราควรจะได้รับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก อาจารย์ยังเคยถามตัวเองเลยว่า เราทำงานทั้งคืน เดินทางเป็นชั่วโมงๆ เรายังจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่อีกหรือ ซึ่งดูแล้วมันกลับแย่ลงด้วยซ้ำ คือขอแค่เรามี space เป็นของตนเอง มีพื้นที่ว่างเป็นของตนเอง ได้ทำอะไรที่มีคุณค่าต่อตนเอง ณ ขณะนั้นก็เพียงพอ โดยรวมอาจารย์มองว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” ต้องมีความปลอดภัย และความมั่นคงที่อาจจะไม่ยั่งยืนก็ได้ เพียงแต่ว่า ทุกย่างก้าวของชีวิตจะต้องมีหลักประกันที่แน่นอนในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องความปลอดภัยที่ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอน ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะมีใครจัดการได้ แม้แต่ภาครัฐ เช่น เรื่องของน้ำมัน การจราจร ความยากจนต่างๆ มันไม่เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งอาจารย์คิดว่า ประชาชนต้องมีกลไกบางอย่างของตนเองในการสร้างความมั่นใจ ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ปรับตัวปรับใจตนเองว่า อย่าคาดหวังอะไรสูง ในฐานะของนักสังคมแล้วอาจารย์ก็ยังมองว่า หากจิตใจภายในเข้มแข็งก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือต้องอยู่ให้ได้ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นเช่นไร
Q5: อาจารย์ช่วยเล่าสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนโรงไฟฟ้า หลังจากที่ได้เข้าไปสัมผัสหน่อย?
การที่อาจารย์ได้ไปสอนในวิทยาเขตพัทยา ได้ลงพื้นที่ทำให้รู้ว่า ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในความเปลี่ยนแปลงนั้นยังคงมีความดีงามอยู่มาก มี “ทุน” เชิงคุณค่าเยอะ มีการช่วยเหลือกัน อย่างตอนที่เราหลงทาง พวกเขาก็วิ่งมาช่วยแล้ว สิ่งนี่คือความงดงามของวัฒนธรรมที่ยังเหลืออยู่ บางชุมชนก็สามารถจัดการโดยใช้ต้นทุนของตนเอง มาดูแลกันเอง อย่างกลุ่มสัจจะ ซึ่งชาวบ้านตั้งขึ้นเอง อาจารย์คิดว่า ชุมชนไทยมีความเข้มแข็ง ต้องอยู่รอดด้วยตนเอง คือแม้นโยบายรัฐจะเปิดโอกาสมากมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ความสามารถในการเข้าถึงโอกาสนั้นกลับไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำกัน เรามักต่างพูดถึงแต่โอกาส แต่กลับละเลยความสามารถในการเข้าถึงโอกาสนั้น เราคิดว่า ทุกคนต่างมีความสามารถในการเข้าถึงโอกาสเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่
อย่างไรก็ดี อาจารย์ยังพอมองเห็นว่า ชุมชนไทยมีความสามารถในการจัดการด้วยตนเองนะ มีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองมากเลย จนบางทีรัฐยังต้องมาอาศัยชาวบ้านกลุ่มนี้ แต่กระนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้นำชุมชนด้วยว่าจะมีวิถีคิดอย่างไร หากมองอย่างเป็นองค์รวมแล้ว คือ ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันหมด ชุมชนก็จะอยู่รอดได้ แต่บางชุมชนกลับถูกทำให้คิดไม่เป็นก็มี การที่อาจารย์ได้สัมผัสกับชุมชนมาก็จะเห็นว่า จริงๆ แล้วปัญหาที่ระบุในตำรา ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือฐานคิดมันผิด ดังนั้นแนวทางแก้ไขปัญหาจึงผิดไปหมด เพราะระบบคิดที่ผิดพลาด
Q6: อาจารย์มองว่า ประเด็นปัญหาหลักอยู่ที่จุดใด แล้วอาจารย์มีวิธีใดแนะนำบ้าง?
ระบบคิด ความคิดต่อการจัดการต่างๆ ถ้าจะมองจากทุกๆ เรื่อง อาจารย์คิดว่า เราต้องเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งเปลี่ยนโดยตัวมันเอง กับเปลี่ยนแปลงจากที่มันได้รับผลกระทบจากภายนอก ในฐานะนักวิชาการก็คิดว่า เราต้องมีเครื่องมือในการตรวจจับที่จะทำอย่างไรให้สังคมมีความสามารถในการตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงนี้ และรู้เท่าทันอยู่ตลอดเวลา อย่างนักวิชาการก็จะมีเครื่องมือการวิจัยตรวจวัดความเปลี่ยนแปลง แต่มันจะช้า บางชุมชนเราเห็นว่า เขาไวต่อการเปลี่ยนแปลง เอาตัวรอดได้
เพราะชุมชนมีพลังของคน มีวิสัยทัศน์ของผู้นำที่คิดได้ คิดเป็น รู้เท่าทัน และรู้ว่าตนเองมีดีอะไรบ้าง คือ “รู้จักทุนของตนเอง” เริ่มจากตนเอง รวบรวมภูมิปัญญา การจัดการวางระบบว่าควรจะเป็นอย่างไร มันต้องเริ่มต้นจากจุดนี้ เพราะการจัดการที่ผ่านมา เริ่มจากภายนอกเข้ามาจัดการภายใน
ดังนั้นชุมชนต้องหาวิธีการจัดการกับตนเอง แต่ก็ใช่ว่าทุกชุมชนจะจัดการตนเองได้ ซึ่งอาจจะต้องมีวิธีการกระตุ้นให้เกิดความคิด และเปลี่ยนระบบคิดเสียใหม่ อย่างงานวิจัยที่อาจารย์ทำเกี่ยวกับชุมชนในกรุงเทพฯ พบว่า คนกรุงเทพฯ เก่ง แต่ผู้รับผิดชอบ หรือเจ้าหน้าที่ไม่เก่ง ไม่รู้จักใช้ในสิ่งที่คนกรุงเทพฯ มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ คืออาจด้วยความคิดที่ว่าชาวบ้านจะโกง ความไม่ไว้ใจจึงเกิดขึ้น ตรงนี้ทำให้เราอยู่กันไม่ได้
Q7: สุดท้ายแล้ว อาจารย์อยากจะฝากอะไรให้แก่ผู้อ่านบ้าง?
สิ่งที่อาจารย์อยากจะฝากไว้ก็คือ ให้รู้ว่าตัวเรากำลังทำอะไร ให้รู้คุณค่าต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อชุมชน ควรจะเป็นอย่างไร อาจารย์จะสอนนักศึกษาในห้องเสมอว่า คนเราจะต้องรู้จักคุณค่าของตนเอง ถ้าคนเราไม่รู้จักคุณค่าของตนเองแล้ว จะไปคิดถึงคนอื่น หรือรู้จักคุณค่าของคนอื่นได้อย่างไร ชีวิตเราสามารถ U-turn ได้นะ ผิดพลาดแล้วก็ลุกขึ้นมาได้ “หากเรารักดีก็ต้องได้ดี”
นี่เป็นวาทะของอาจารย์ที่สอนลูกศิษย์เลยนะ คือให้คิด และตัดสินใจเอง เพื่อเผชิญกับโลกภายนอก และเตรียมตัวพร้อมรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ เราต้องสร้าง Motivation ในชีวิตเสียก่อน สังคมถึงจะดีได้ และสุดท้ายเราต้องมองให้เห็นคุณค่าในตนเอง และคุณค่าของคนอื่น
ทางทีมงาน TopScholar.org เห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์เป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
TopScholar’s Web Editor
ข้อมูลนักวิชาการ | สาโรช โศภีรักข์, รศ.ดร.
กันยายน 8, 2008
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ข้อมูลนักวิชาการ | ไพศาล กิตติศุภกร, รศ.ดร.
กันยายน 3, 2008
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ข้อมูลนักวิชาการ | นพพร ลีปรีชานนท์, ผศ.ดร.
สิงหาคม 19, 2008
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ข้อมูลนักวิชาการ | นราพร สังข์ชัย
สิงหาคม 11, 2008
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

















