อาหารทางปัญญา กับการพัฒนาประเทศ
เมษายน 17, 2010
กลิ่นอายเย็นๆ ของประเพณีสงกรานต์ไทยยังไม่ทันจางหาย ไม่ทันไรเวลาก็เวียนมาเริ่มสัปดาห์แห่งการทำงานอีกรอบแล้ว หากประมวลเหตุการณ์ร้อนแข่งกับสภาพอากาศได้กล่าวว่ามีอะไรเกิดขึ้นมากเรื่องหลายราวเหลือเกินทั้งการเมือง การปกครอง การเปลี่ยนแปลง ยาวเรื่อยไปถึงเศรษฐกิจ และการลงทุน ก็เพิ่งหยุดยาวพร้อมเย็นกายกับสายน้ำสงกรานต์ไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่คนไทยจะได้เย็นใจยาวๆ สักที ตอนนี้หลบร้อนมาเรียนรู้กับ www.TopScholar.org ซึ่งสำหรับถนนวิชาการเส้นนี้แล้ว ก็คงมีหน้าที่ทอดยาวไปเรื่อย ตามเส้นทางแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีหยุดนิ่งต่อไป
จากกระแสเรียกร้องและข้อต่อรองที่รัฐบาลต้องเก็บไปคิดต่อ ทำให้ตอนนี้รัฐบาลไทยภายใต้การบริหารของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องทำงานกับวิกฤตรอบด้าน วันนี้ผู้เขียนขอหลบเรื่องการเมืองอันน่าปวดหัว มามองเรื่องใกล้ๆ ตัวอย่างหนังสือกันดีกว่า ก็เพิ่งจบไปพร้อมกันทั้งประเพณีสงกรานต์ และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ที่นับถึงวันนี้ก็เวียนมาอีกรอบแล้วหลังจากที่คณะรัฐมนตรีออกมากำหนดให้ การอ่านหนังสือออกเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2552 ลากยาวไปจนถึง ปี 2561 ที่ภาครัฐอุตส่าห์ลงแรงผลักดันนโยบายเพื่อที่จะสร้างวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีพให้กับคนในสังคม
หลายกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลยุคใหม่ที่จัดตั้งคณะทำงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการขาดองค์ความรู้ทำให้ไม่สามารถผลักดันยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ ตอนนี้เมื่อมองเศรษฐกิจโลกโดยรวมแล้วมีความพร้อมจะพัฒนากำลังการผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อสร้างสรรค์หนังสือดีๆสู่สังคม แต่… ปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจสิ่งพิมพ์ในปีนี้ ประการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ ที่พูดไปก็เหมือนกับใยแมงมุม พันกันยุ่งอีรุงตุงนังมาตั้งแต่ครั้งโบราณ
ปัญหาเชิงโครงสร้าง ช่องว่างระหว่างชนชั้น ที่ทำให้คนในสังคมเมืองมีการอ่านหนังสือ มากกว่าสังคมชนบท เหตุเพราะการศึกษาเป็นตัวแปรสำคัญ ในการปลูกจิตสำนึกผ่านพฤติกรรมคนไทย ที่ชอบจดจำจากการฟัง มากกว่าการอ่าน แต่ที่ผ่านมาภาครัฐกลับไม่ให้ความสนใจ แม้กระทั่งการจัดงบประมาณให้ลงไปถึงส่วนการศึกษาอย่างทั่วถึง ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และเริ่มวิธีการจัดการใหม่ จากภาครัฐไปถึงทุกส่วนราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม อีกทั้งต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมการอ่าน ทั้งในส่วนราชการเองและบริการประชาชนที่มารับบริการแต่ ณ ตอนนี้กับปัญหาที่รัฐบาลยังต้องเผชิญจะสามารถผลักดันการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้มากแค่ไหน ก็คงต้องติดตามกันต่อไป
ก่อนจากหวังว่าหากทุกฝ่ายพร้อมยุติปัญญาและร่วมมือกันผลักดัน ‘วาระการอ่านแห่งชาติ’ ไปพร้อมกับความมุ่งมั่นสามัคคี สุดท้ายแล้วเราก็จะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และประเทศไทยให้เดินหน้าไปได้ไกลกว่าที่เคยเป็นมา สำหรับเว็บไซต์ www.TopScholar.org ก็ยังคงมีเรื่องราวน่าสนใจมาฝากทั้ง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” กับคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่าน และมุมมองวิชาการดีๆใน “มองเศรษฐกิจไทย…มองให้เข้าใจ กับ ดร.สิริลักษณา คอมันตร์” ที่พลาดไม่ได้เลยคงไม่พ้นผลงานวิชาการคุณภาพที่ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งใจออกแบบและจัดพิมพ์ ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านี้น่าสนใจเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซต์เลยค่ะ และสุดท้ายหากผู้อ่านมีข้อแนะนำและติชมเว็บไซต์ประการใด สามารถส่งข้อมูลของท่านมาได้ที่ Editor@TopScholar.org เพื่อร่วมพัฒนาเว็บไซต์คุณภาพไปพร้อมๆกันค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













