ภัยแล้ง… วิกฤตที่กลับมา

เมษายน 5, 2010

สวัสดีค่ะ ประเด็น Talk of the Town อันร้อนแรงในช่วงนี้คงไม่พ้นกระแสการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตามองกันอยู่ในสังคมที่ส่งสัญญาณคลายความระอุลงไป ผิดกับสภาพอากาศที่นับวันจะยิ่งร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฤดูกาลของคิมหันต์ฤดูในเดือนเมษายนที่เรียกได้ว่า ร้อนที่สุดในรอบปี

สำหรับสภาพภูมิอากาศโดยรวมในประเทศไทยนั้นปกติแล้วอุณหภูมิในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะมีอากาศที่ร้อนอบอ้าว เนื่องมาจากแถบที่ตั้งของภูมิประเทศอยู่ในเขตร้อนตามแนวเส้นศูนย์สูตร อีกทั้งได้รับอิทธิพลมาจากลมมรสุมทะเลจีนใต้พัดสู่อ่าวไทย ทางทิศใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ และอิทธิพลของดวงอาทิตย์ที่ตั้งฉากกับประเทศพอดี

แต่ทว่าอากาศที่ร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น นับวันก็ได้ทวีความรุนแรงขึ้นไปทุกที ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงการนำไปใช้ในพื้นที่ทางการเกษตรกรรมที่ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศไทย

วันที่ 27 มีนาคม 53 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ อันเกิดจากความแห้งแล้งไว้ว่า ในปี 2553 นี้เกิดภัยพิบัติอันเกิดจากความแห้งแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2552 ประเทศไทยมีจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติแล้ง อยู่ที่ 39 จังหวัดทั่วประเทศ แต่ในปี 2553 นี้ วิกฤตการณ์ภัยแล้งมีอัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 54 จังหวัด และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังลุกลามจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยปรากฏชัดจากปริมาณน้ำในเขื่อนกรมชลประทานที่ลดลง อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

จากข้อมูลกรมชลประทาน ณ วันที่ 26 มี.ค. 53 พบว่าปริมาตรน้ำโดยรวมในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศขณะนี้มีอยู่เพียง 42,909 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 58% ของความจุอ่างเก็บน้ำทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 52 ที่มีถึง 50,258 ล้านลูกบาศก์เมตร

โดยอ่างเก็บน้ำหลักอย่างเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาตรน้ำในอ่าง 5,618 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 42% ของความจุอ่าง ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อนถึง 8% เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาตรน้ำในอ่าง 3,980 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 42% ของความจุอ่างทั้งหมด ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาตรน้ำ 450 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 47% ของความจุอ่างเก็บน้ำ น้อยกว่าช่วงเดียวกันในปี 2552 ถึง 12%

ตัวเลขทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งแหล่งน้ำธรรมชาติเองอย่าง “ลำน้ำโขง” ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่เชื่อมต่อภาคธุรกิจของนานาประเทศ ก็มีปริมาณน้ำที่ลดลงอย่างน่ากลัว ทำให้เรือพาณิชย์ไม่สามารถเดินเรือได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจนทางการที่เกี่ยวข้องต้องออกมาเตือน และขอความร่วมมือประชาชนให้มีส่วนร่วมเพื่อลดการใช้น้ำในครัวเรือน

เห็นได้ว่า ภัยแล้งที่คนเมืองมองเป็นเรื่องไกลตัวกำลังคุกคามเราเข้ามาทุกที ซึ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นผลกระทบโดยตรงมาจาก ปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจก หรือวิกฤตการณ์โลกร้อน ที่ทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญ และตื่นตัวรณรงค์หาทางบรรเทาปัญหา แม้ว่าจะมองย้อนกลับไปสู่นานาประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ที่หนักหนาสาหัสกว่าเรามากมาย ก็ยังถือว่าประเทศไทยยังโชคดีกว่าประเทศเหล่านี้มากนัก

แต่สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมันช่างแตกต่างกับอดีตที่เคยเป็นมาราวกับว่า ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศซึมหายไปในแผ่นดินที่แตกระแหงตามกาลเวลา

เทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้มาถึงคงพอช่วยบรรเทาร้อนใน พ.ศ.นี้ลงได้บ้าง แต่เรื่องราวภัยแล้งนั้นยังคงเป็นปัญหาซ้ำซากที่ยากเยียวยา สะท้อนวิกฤตปัญหาที่นับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อธรรมชาติส่งสัญญาณมาให้เห็น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราทุกฝ่ายจะต้องมีสำนึกร่วมและช่วยกันคนละไม้ละมือแก้ปัญหา เพื่อดึงชาติที่ได้ชื่อว่า มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เป็นอันดับต้นๆ ของโลก กลับคืนมาเสียที

ก่อนจากกันวันนี้เว็บไซต์ www.TopScholar.org ก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยหลากหลายเรื่องราวน่าสนใจไม่ว่าจะเป็น “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” กับคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่าน และรับความรู้ในคอลัมน์สนทนาวิชาการกับมุมมองดีๆ ใน “มองเศรษฐกิจไทย…มองให้เข้าใจ กับ ดร.สิริลักษณา คอมันตร์” และพลาดไม่ได้กับผลงานวิชาการของผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย ที่ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งใจออกแบบ และจัดพิมพ์จนได้ผลงานคุณภาพออกมา ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านี้น่าสนใจเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซต์เลยค่ะ และสุดท้ายหากผู้อ่านมีข้อแนะนำและติชมเว็บไซต์ประการใด สามารถส่งข้อมูลของท่านมาได้ที่ Editor@TopScholar.org เพื่อร่วมพัฒนาเว็บไซต์คุณภาพไปพร้อมๆ กันค่ะ

TopScholar’s Web Editor

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Live
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Comments

2 ความเห็นเกี่ยวกับ “ภัยแล้ง… วิกฤตที่กลับมา”

  1. อัญชลี แก้วบริสุทธิ์ on เมษายน 13th, 2010 4:42 pm

    เป็นข้อมูลที่ดีมีสาระเป็นที่น่าส่งเสริม ควรมีการเพิ่มเติมในเรื่องของเนื้อหาสาระ หรือการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่ได้รับข่าวสารได้มีความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีผลต่อมวลมนุษย

  2. admin on เมษายน 17th, 2010 10:49 am

    ขอบคุณค่ะ ทางทีมงาน TopScholar.org จะพยายามทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ

แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น