มาดูสุริยุปราคากันเถอะ…

กรกฎาคม 23, 2009

ในสัปดาห์นี้ Editor Talk กลับมาพบกันอีกเช่นเคย กับเรื่องราวดีๆ ที่เอามาฝากกัน จะว่าไปเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนี่ก็เข้าเดือน 7 แล้วเป็นเดือนแห่งสายฝนกันเลยทีเดียว ยังไงก็ขอแสดงความห่วงใยกันตั้งแต่ตอนต้นเลยนะค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดี เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก็ยังมีเรื่องยอดผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างต่อเนื่อง เหมือนที่หน่วยงานภาครัฐกำลังรณรงค์กันอยู่ว่า “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” แต่ที่สำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่ตัวเราในการดูแลตัวเองมากกว่า รวมถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะตึงเครียด ก็เลยมีเรื่องราวสบายๆเกี่ยวกับการดูสุริยุปราคากัน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

เนื่องจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทย 22 กรกฎาคม 2552” โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวแถลงว่างานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วประเทศ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และมีโอกาสไปร่วมกิจกรรมการสังเกตสุริยุปราคาในพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับภูมิลำเนาของตน และยังส่งเสริมบรรยากาศและความตื่นตัวทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ สร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงปีนี้สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้ประกาศให้เป็นปีดาราศาสตร์สากล (International Year of astronomy 2009: IYA 2009) ด้วย

โดยในปี 2552 นี้ ได้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก คือ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2552 ในช่วงต้นปีและครั้งที่ 2 ซึ่งจะเกิดในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เวลา 07.00 - 09.19 น. ซึ่งเป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง โดยมีแนวคราสตามเส้นทางที่พาดผ่านประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิคใต้ ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนเห็นได้เป็นบริเวณแนวกว้างตามเส้นทางที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน ได้แก่ เอเชียตะวันออกทั้งหมด อินโดนีเซีย และมหาสมุทรตอนใต้ โดยสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้กินเวลานานที่สุดในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาที

ที่นี้มีความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน เพราะผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านเคยได้ยินและรู้จักกันบ้างแล้ว การเกิดสุริยุปราคานั้นเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ที่ดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ และเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบน บริเวณต่างๆ บนโลก สุริยุปราคาหรือเรียกอีกอย่างว่า สุริยะคราส หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ดวงจันทร์หมุนรอบโลกแล้วโคจรมาบังดวงอาทิตย์ จึงทำให้โลกไม่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงขณะหนึ่ง โดยเงาของดวงจันทร์จะตกมาบนโลก ทำให้บริเวณพื้นผิวโลกที่อยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์มืดมิดเรียกว่า “สุริยุปราคาเต็มดวง” และบริเวณพื้นโลกที่อยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์ก็จะเห็นดวงอาทิตย์มืดเป็นดวงกลม โดยมีขอบสว่างล้อมรอบคล้ายวงแหวน เราเรียกว่า “วงแหวนสุริยุปราคา” ส่วนบางบริเวณก็เห็นดวงอาทิตย์มืดบางส่วนและสว่างบางส่วน เราเรียกว่า “สุริยุปราคาบางส่วน” ซึ่งสุริยุปราคาจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่ดวงจันทร์มักจะโคจรในระดับที่สูงหรือต่ำกว่าแนวระดับเดียวกัน (แนวเส้นตรงเดียวกัน) กับโลกและดวงอาทิตย์ ดังนั้น สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นได้เมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ (ตรงกับแรม 14-15 ค่ำ)

สำหรับในประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาแบบบางส่วน และสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาค โดยแต่ละภูมิภาคจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาแตกต่างกัน ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในครั้งนี้จะเกิดขึ้นนานที่สุดในภาคเหนือโดยสามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาในทุกภูมิภาคไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ ภาคกลาง ได้ตั้งกล้องที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ภาคตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปตั้งกล้องที่ระยอง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยที่ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. เพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์สุริยุปราคาในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นนี้ เป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนและสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาค โดยแต่ละภูมิภาคจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน ที่กรุงเทพฯ นั้นดวงจันทร์จะเริ่ม บดบังดวงอาทิตย์ตอนในเวลาประมาณ 07.06 น.และสิ้นสุดเหตุการณ์ในเวลา 09.08 น.

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในครั้งนี้จะเกิดนานที่สุดในภาคเหนือ คือ ประมาณ 2 ชั่วโมง 12 นาทีที่จังหวัดเชียงราย โดยดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 69 ของพื้นที่ดวงอาทิตย์ แต่สำหรับบางพื้นที่ของโลก เช่น ประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นทางเงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านจะเกิดเป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวงโดยสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้จะกินเวลานานที่สุดในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาทีที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้

ดังนั้น ในการติดตามปรากฏการณ์สุริยุปราคานั้น ไม่ควรดูด้วยตาเปล่าเพราะดวงอาทิตย์มีแสงมาก จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูง และวัสดุที่อาจนำมาใช้เป็นแผ่นกรองแสงได้ เช่น แผ่นซีดี หรือดีวีดี แต่ต้องแน่ใจว่าสารเคลือบไม่หลุดลอก แผ่นซีดีหรือดีวีดีสามารถกรองแสงอินฟราเรดได้แม้ว่าภาพดวงอาทิตย์อาจไม่คมชัดนัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้กระจกช่างเชื่อมเบอร์ 14, แว่นตาดูดวงอาทิตย์ หรือการใช้กล้องรูเข็มฉายภาพลงบนฉากรับภาพก็มีความปลอดภัยเนื่องจากเราไม่ได้มองดวงอาทิตย์โดยตรง ผู้เขียนก็ขอฝากไว้ เราจะได้ดูสุริยุปรคาอย่างสนุกสนานและปลอดภัยด้วย

สุดท้ายผู้เขียนขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่ยังมีอีกมากมายในเว็บไซด์ www.TopScholar.org ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่นำเสนอเรื่อง “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพระราชกำหนดและการควบคุมตรวจสอบความชอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ” หรือแม้แต่คอลัมน์ซึ่งเป็นไฮไลต์ของเว็บไซท์ตอนนี้คือ คอลัมน์ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ “คู่มือประชาชน สำหรับการรับรู้ข่าวสารและการมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ของคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยควรรับรู้ไว้ และ หนังสือ “ปัญหาภาษาและวัฒนธรรมไทย” ของศูนย์ให้คำปรึกษาภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ตีพิมพ์กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถ้าอยากทราบว่าผลงานเหล่านั้นจะน่าสนใจ หรือมีการออกแบบรูปเล่มสวยงามเพียงใด คลิกชมได้ที่เว็บไซท์นะค่ะ และที่จะลืมไม่ได้เลยหากผู้อ่านท่านใดมีคำติชม และแนะนำเว็บไซท์ของเรา สามารถส่งข้อมูลนั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ

TopScholar’s Web Editor

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Live
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Comments

แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น