ปลดแรงงานล็อตใหญ่

เมษายน 4, 2009

ขอเปิดการทักทายท่านผู้อ่าน Editor Talk ด้วยเดือนแห่งความสุขของคนไทย กับเทศกาลสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนจะได้มีโอกาสกลับมารวมญาติพร้อมหน้าพร้อมตา และสามารถทำกิจกรรมดีๆ ที่เสริมสร้างความรักความอบอุ่นกันภายในครอบครัวให้มีมากขึ้น ไม่ว่าจะชวนกันไปทำบุญตักบาตร เที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด ทำอาหารกินกันภายในครอบครัว หรือแม้แต่รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความกตัญญูที่เรามีต่อบุพการี ปู่ย่า ตายาย ตามที่แต่ละครอบครัวจะทำกัน

แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจที่รุมเร้าคนไทยอยู่ในขณะนี้ จะทำอะไรก็ต้องทำแต่พอดี ไม่ควรหลงระเริงอยู่กับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งจนเกินไป เพราะความไม่แน่นอนมักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ใครจะรู้ว่าเมื่อช่วงเวลาแห่งความสุขกำลังจะผ่านไป เรื่องทุกข์ร้อนใจอาจกำลังจ่อคิวรอเราอยู่ก็ได้ ดังเช่นข่าวสารที่จะนำเสนอในสัปดาห์นี้กันค่ะ เพราะตอนนี้ธุรกิจบ้านเราทรุดตัวขาดสภาพคล่องอาจอยู่ได้แค่ 8 เดือน แล้วจำต้องทยอยปลดคนงานล็อตใหญ่ออก

ล่าสุดผลสำรวจความคิดเห็นประเด็นธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสภาพคล่องและสถานภาพธุรกิจไทย โดยสำรวจจากภาคธุรกิจ ภาคเกษตร การค้า บริการ และการผลิต ระหว่างวันที่ 26-31 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 74.9% ระบุว่าขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ ส่วนอีก 25.1% ไม่ขาดสภาพคล่อง โดยมีสาเหตุมาจากยอดคำสั่งซื้อลดลงมากที่สุดถึง 92.9% รองลงมา มีปัญหาหลักทรัพย์ค้ำประกัน 5% แหล่งเงินกู้ไม่ปล่อยสินเชื่อ 1.5% และลูกค้าไม่จ่ายค่าสินค้า 0.6% สำหรับวิธีแก้ปัญหา ส่วนใหญ่ใช้กำไรสะสม รองลงมาคือ ขอสินเชื่อจากธนาคารอื่นๆ เจรจาขอผ่อนผันชำระหนี้ หรือ ชำระหนี้เท่าที่มีอยู่ หยุดชำระหนี้ หรือเลิกกิจการ ภาคธุรกิจ ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง โดยเฉลี่ยมีความสามารถประคับประคองธุรกิจได้เพียง 8.6 เดือนเท่านั้น โดยธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องถึง 100% ได้แก่ อาหาร สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า โรงแรม และภัตตาคาร สุขภาพ (สปา นวด) ค้าส่ง และค้าปลีก

ภาคธุรกิจมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณถดถอยต่อเนื่อง และปีนี้จะขยายตัวติดลบ 2% ถึงลบ 1% สอดคล้องกับคาดการณ์ของศูนย์ฯ ที่คาดขยายตัวติดลบ 2.8% ส่วนปี 53 จะดีขึ้น โดยภาคธุรกิจคาดขยายตัว ที่ 3-4% เช่นเดียวกับที่ศูนย์ฯ คาดขยายตัว 3-5% แต่ รัฐบาลต้องเร่งลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย การจ้างงาน และเร่งรัดให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาลปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น “หากในระหว่างนี้เศรษฐกิจไม่ฟื้น ประกอบกับธนาคารยังไม่ปล่อยสินเชื่อ ภาคธุรกิจซึ่งลดต้นทุนด้านต่างๆ อยู่แล้ว ก็จะเริ่มปลดพนักงานมากขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็จะเริ่มช้าออกไป และการส่งออก ทั้งปีคาดติดลบ 15%”

สำหรับผู้ประกอบการมีความสามารถผ่อนชำระหนี้ลดลง และเสี่ยงที่จะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพราะมีรายได้และกำไรจากการขายสินค้าลดลง ลูกค้าขอยืดเวลาการชำระค่าสินค้านานถึง 30-90 วัน และไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ จึงต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหา เช่น ออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 6 เดือน ผ่อนปรนเกณฑ์ขอกู้ หรือประสานธนาคารยอมให้ผู้ส่งออกเอา L/C จากลูกค้าที่ขอยืดเวลาชำระเงินค่าสินค้ามาขึ้นเงินสดได้ทันที เพราะหากไม่สามารถแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ ก็จะทยอยปลดคนงาน เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเรียกร้องให้ผู้ที่ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาล ยุติการกระทำใดๆ ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเพราะเศรษฐกิจโลกที่ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงได้ส่งผลกระทบการส่งออกไทยลดลงไปแล้ว 25% ภาคการผลิตลดลง 30% ซึ่งเอกชนได้พยายามร่วมมือ และดิ้นรนกันอย่างเต็มที่ให้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศคลี่คลาย และรัฐบาลก็ดำเนินนโยบายให้บรรยากาศด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งความเชื่อมั่นของประเทศดีขึ้น “ตอนนี้ทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ แต่ในไทย กลับมีการใช้คำพูดที่รุนแรง ยั่วยุให้เกิดความแตกแยก เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม กระทบความเชื่อมั่นด้านการลงทุน สิ่งที่ทุกภาคส่วนได้พยายามทุ่มเทลงมือลงแรงในการแก้ปัญหาก็จะเสียเปล่า ผลกระทบในด้านลบก็จะตกอยู่กับผู้ประกอบการไทย แรงงานไทย คนไทยทุกคน รวมไปถึงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศทั้งหมด”

นายดุสิตกล่าวว่า บุคคลที่เป็นต้นเหตุของการบั่นทอน ควรจะใช้สติทบทวนและไตร่ตรองรอบคอบ ต้องมองประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ มิใช่ประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง และขอให้ระลึกว่า ทุกประเทศทั่วโลกกำลังจับตาดูไทยอย่างใกล้ชิด น่าละอายที่ทุกชาติเขาร่วมใจกันแก้ปัญหา แต่ไทยกลับสร้างปัญหาเพิ่ม “รัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะบริหารประเทศเป็นอย่างดี มีมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่อง และพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนไทย คนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งถือว่าทำงานอย่างหนัก และสอบผ่านการทำงาน ผมให้คะแนนนายกรัฐมนตรีเต็ม หากมีคะแนนเต็ม 10 ก็ให้ 10 หากเต็ม 100 ก็ให้ 100”

ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ธนาคารกรุงเทพยังไม่ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ลงแต่อย่างใด โดยยังคงมองอยู่ที่ 0-ติดลบ 2% ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปีนี้ในซีกของภาคธุรกิจจะต้องมีการปรับตัวกันมากขึ้น และการขับเคลื่อนจะมาจากปัจจัยภายในประเทศมากกว่าปัจจัยจากต่างประเทศ แต่ปัจจัยภายในประเทศที่จะเป็นแรงช่วยผลักดันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่าย ส่วนปัญหาในภาคการเมือง ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กดดันเศรษฐกิจ แต่จะทำให้แย่มากแค่ไหนก็ต้องดูความขัดแย้งว่าจะมีความรุนแรงขนาดไหน (ไทยรัฐ, ฉบับวันที่ 3 เมษายน 2552)

ฟังเรื่องเครียดๆ มาเยอะแล้ว มาพักสมองด้วยเรื่องดีๆ ที่เว็บไซท์ TopScholar.org ของเราได้จัดเตรียมไว้สำหรับท่านผู้อ่านกันบ้างดีกว่าค่ะ เพราะตอนนี้ทางทีมงานเขาได้นำผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์กับทาง บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด มาเผยแพร่กัน ผู้เขียนขอนำตัวอย่างความน่าสนใจของผลงานดังกล่าวมาเล่าให้ฟังกันนะค่ะ อาทิ เรื่อง “อิหร่าน ใครว่าไม่น่าไป” โดย ผศ.ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร, เป็นเรื่องราวที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดประสบการณ์การเดินในประเทศอิหร่าน ซึ่งระหว่างการเดินทางได้เก็บเกี่ยวข้อมูลทั้งวิถีการดำเนินชีวิต สถานที่สำคัญๆ และวัฒนธรรมประเพณีของประเทศนี้ อีกทั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ท่านก็ได้นำมาเล่าสู่กันฟังเพิ่มอรรถรสในการอ่านสารคดีท่องเที่ยวให้สนุกยิ่งขึ้น, เรื่อง “Advanced Geomorphology” โดย ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์, เรื่อง “เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม” โดย ผศ.ดร.สมพจน์ กรรณนุช ฯลฯ ซึ่งผลงานเหล่านั้นล้วนแล้วแต่สวยงามและมีคุณภาพ ท่านผู้อ่านสามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซท์ค่ะ นอกจากนี้คอลัมน์อื่นๆ ก็อัดแน่นด้วยสาระความรู้ไม่แพ้กัน เช่น คอลัมน์ชวนคิดชวนอ่าน คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการ เป็นต้น หากท่านผู้อ่านสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็อย่าลืมติดตามกันได้ที่เว็บไซท์ของเรานะค่ะ ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ท่านผู้อ่านที่มีข้อแนะนำดีๆ ให้กับเว็บไซท์ของเราก็ส่งข้อความเหล่านั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org นะค่ะ….สวัสดีค่ะ

TopScholar’s Web Editor

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Live
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Comments

แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น