คมนาคมยืนกราน “สนามบินเดียว”
มีนาคม 24, 2009
“อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว
อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น
อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว… คนเดียว ….
อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง
อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด
อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้ เพราะถ้าคนๆ นั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้ คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที”
Editor Talk สัปดาห์นี้ขอเปิดคอลัมน์ด้วยคำคมดีๆ ที่แฝงปรัชญาชีวิตและให้แง่คิด กับการเรียนรู้บางสิ่งบนโลกใบนี้กันค่ะ จากข้อความข้างต้นเขากำลังสื่อให้เราทราบว่าการที่เราต้องการจะรู้จักใครสักคน ต้องการมิตรภาพที่ยั่งยืน เราต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเขา เหมือนการอยู่ร่วมกันในสังคมเราต้องรู้จักแบ่งปันความรู้สึกกัน เพราะคงไม่มีใครพอใจในความเป็นเราทั้งหมด เช่นเดียวกับการที่เราเองก็มิอาจพอใจใครบางคนไปซะทุกอย่าง ทุกสิ่งอยู่ได้เพราะทุกคนรู้จักที่จะเรียนรู้และปรับสมดุลนั่นเอง เฉกเช่นเดียวกับข่าวสารที่จะนำมาฝากกันนี่ล่ะค่ะ เพราะปัญหาการใช้สนามบินเดียว หรือ สนามบิน 2 แห่งนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปให้ลงตัวกันทุกๆ ฝ่าย ทั้งหน่วยงานที่ดูแลควบคุม ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ใช้บริการเองก็ตาม เพราะต่างก็ต้องการหาข้อยุติที่ชัดเจน และล่าสุดได้ความคืบหน้าจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่สัมภาษณ์นายสุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางเกี่ยวกับนโยบายการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคของไทยจะให้ใช้สนามบินเดียวหรือสองสนามบินว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านการบินที่เกี่ยวข้องและบริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) โดยกระทรวงคมนาคมมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะใช้สนามบินเดียว คือสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 27 มี.ค.นี้ หลังจากนั้น จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจภายในวันที่ 1 เม.ย. 52
อย่างไรก็ตาม จากการประมวลวิเคราะห์ ข้อมูลทั้งผลดี และเสียได้ข้อสรุปตรงกันว่าการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียจะต้องยึดหลักสนามบินเดียว ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้ถึง 45 ล้านคนต่อปี ขณะนี้มีปริมาณผู้โดยสารรวมทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคนต่อปี แสดงให้เห็นว่าสนามบินสุวรรณภูมิยังมีขีดความสามารถรองรับได้อีกหลายปี และระหว่างรอแผนการขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมเพื่อให้รองรับได้ถึง 65 ล้านคน ต่อปีในระยะถัดไป
ส่วนการอ้างถึงในหลายประเทศที่ใช้สนามบินหลายแห่ง เนื่องจากประเทศเหล่านั้นจะมีข้อจำกัด เพราะสนามบินแห่งเดิมจะเต็มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารซึ่งแตกต่างจากสนามบินสุวรรณภูมิที่รองรับได้เพียงพอ
นอกจากนี้การใช้ 2 สนามบิน จะมีผลกระทบต่อ ต้นทุนการบริหารจัดการทางด้านการบิน แต่ยอมรับว่าเป็นความสะดวกของผู้โดยสาร แต่ในธุรกิจการแข่งขันด้านการบินต้องคำนึงถึงการลงทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจุดยืนของกระทรวงคมนาคมขณะนี้คงจะต้องเสนอให้ใช้เพียงสนามบินเดียว เพราะได้พิจารณาเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ ในที่สุดทุกเที่ยวบินจะต้องย้ายกลับไปใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิหลังจากที่ปรับเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพยายามและชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าต้องแยกเรื่องการบริหารจัดการด้านการบิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของสายการบิน หรือบริษัทการบินไทยต้องตัดสินใจ กับนโยบายการใช้สนามบิน เพราะมีผลกระทบกับหลายฝ่ายทั้งสายการบินและผู้บริหารสนามบินรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายปิยะพันธ์ จำปาสุต ประธานคณะกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ขณะนี้ ทอท. ได้เตรียมพร้อมในการรองรับเที่ยวบินภายในประเทศของสายการบินที่จะย้ายกลับไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ มีการเพิ่มจำนวนห้องน้ำ เพิ่มรถเข็นอีก 2,000 คัน โดยยืมจากสนามบินดอนเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนรถเข็นในขณะนี้ และสนับสนุนนโยบายการใช้สนามบินเดียว เพราะจำนวนเที่ยวบินยังสามารถรองรับได้ในชั่วโมงเร่งด่วนรองรับได้สูงสุดถึง 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น จำนวนเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นอีก 23 เที่ยวบินต่อวัน จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างแน่นอน
ซึ่งในอนาคตหากมีปริมาณผู้โดยสารที่มากขึ้น ทอท.มีแผนที่จะขยายอาคารผู้โดยสารสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศอยู่แล้วยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 15 ล้านคนต่อปี รวมทั้งมีแผนที่จะขยายรันเวย์ที่ 3 อีกด้วย
พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย กล่าวว่า วันที่ 29 มี.ค.นี้ การบินไทยจะย้ายเที่ยวบินภายในประเทศกลับไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิอย่างแน่นอน เพื่อป้องกันความสับสนของผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการ ส่วนนโยบายว่าจะใช้สนามบินเดียวหรือสองสนามบินเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจและกำหนดให้เกิดความชัดเจนและไม่ เปลี่ยนไปมาเพราะจะทำให้เกิดความสับสนได้
การที่ ทอท.จำเป็นต้องยืมรถเข็นกระเป๋าสัมภาระจากสนามบินดอนเมืองไปใช้นั้น เนื่องจากยังมีปัญหาข้อพิพาทอยู่กับบริษัท TAGS ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานจัดหารถเข็นในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากบริษัทดังกล่าวไม่สามารถจัดหารถเข็นให้ ทอท.ได้ครบตามสัญญาเนื่องจากอ้างว่าถูกโจรกรรม ทำให้บอร์ด ทอท.สั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบ และจำเป็นต้องแก้ขัดด้วยการยืมรถเข็นจากสนามบินดอนเมืองไปใช้
จบประเด็นข่าวมาว่ากันต่อเรื่องราวทางวิชาการ ที่ทางทีมงาน TopScholar.org ได้จัดเตรียมเพื่อนำเสนอต่อท่านผู้อ่านกันนะค่ะ เพราะล่าสุดได้มีการตั้งประเด็นโหวตคะแนนในคอลัมน์ TopScholar Poll ถึงปัญหาด้านการศึกษาไทยในปัจจุบันว่าประสบกับปัญหาด้านใดมากที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเราที่เป็นส่วนหนึ่งในสังคมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกันค่ะ
นอกจากนี้ในคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านกับบทความเรื่อง “ความลำเอียงของรัฐไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ (ตอนที่ 1) ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน และที่พลาดไม่ได้กับผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ออกมาใหม่กับ บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพราะผลงานที่ออกมาแต่ละชื่อเรื่อง หรือแต่ละเล่มนั้น ให้สีสันและมีดีไซน์ที่สวยงาม เนื่องด้วยทางผู้จัดพิมพ์ใช้หมึกพิมพ์ที่ทำมาจากถั่วเหลือง วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติและให้ผลงานที่น่าพอใจ อีกทั้งมีทางเลือกสำหรับผู้บริโภคด้วยกระดาษดีมีคุณภาพอย่าง มิโดริกรีนเปเปอร์ กระดาษรักษ์สุขภาพถนอมสายตา เพราะเมื่อเวลาอ่านผู้อ่านจะสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายสายตากว่าการอ่านกระดาษธรรมดาทั่วไป ที่กล้าพูดเช่นนี้ เพราะว่าผู้เขียนไปเห็นมากับตา สัมผัสมากับมือแล้วซิค่ะ ถ้าไม่มีข้อมูล… ไหนเลยผู้เขียนจะกล้าคุย… ก่อนจากกันไป ขอฝากสำหรับท่านใดที่มีคำแนะนำ หรือข้อติชมดีๆ สามารถส่งมาได้ที่ editor@topscholar.org นะค่ะ สวัสดีค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













