ภูเก็ต-สมุยคลายมนต์ขลัง ธุรกิจท่องเที่ยวไทยแห่ ลดราคา 20% หนีตาย
มีนาคม 16, 2009
กลับมาพบกันเป็นประจำทุกๆ สัปดาห์กับ Editor Talk และเป็นที่แน่นอนว่าการกลับมาแต่ละครั้งนั้นไม่สามารถกลับมามือเปล่าได้ ต้องมีข่าวสารน่ารู้ติดไม้ติดมือมาฝากกัน สำหรับสัปดาห์นี้ผู้เขียนไม่ขอพูดพร่ำทำเพลงมากนัก ขอหยิบยกเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจบ้านเรามานำเสนอกัน โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยที่ปีนี้ได้รับผลกระทบอย่างแรงกับสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าธุรกิจประเภทนี้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล แต่กลับมาสะดุดหยุดชะงักเพราะปัญหาดังกล่าว จึงทำให้ทุกวันนี้เราต้องก้มหน้ารับกรรมแก้ปัญหากันต่อไป
ล่าสุดกับงานไอทีบีปีนี้กร่อยสนิท ผู้ประกอบการไทยกลืนเลือดลดราคา 20% หนีตาย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อาทิ สมุย ภูเก็ต คลายมนต์ขลัง เชียงใหม่เจอปัญหาหมอกควัน ผู้ประกอบการวอนรัฐบาลไทยสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง และดึงลูกค้าต่างชาติด่วน…
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ ถึงผลการเข้าร่วมงาน International Tourismus Borse : ITB 2009 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ว่า จากการเยี่ยมชมบูธของ ททท. และผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่เข้าร่วมงาน พบว่ากรณีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นอุปสรรคหลักของธุรกิจท่องเที่ยวไทยแต่เป็นเพราะวิกฤติเศรษฐกิจที่ลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแข่งขันกันดุเดือดมีการเจรจาต่อรองลดราคากันมาก ผู้ประกอบการต้องยอมลดราคาในระยะสั้นๆ เพื่อดึงลูกค้า
สำหรับการมาร่วมงาน ITB ปีนี้ ถือว่ามีความจำเป็นมากสำหรับประเทศไทย เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว ซึ่งประเทศไทยก็หนีไม่พ้นและต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย แต่ก็ต้องพยายามที่จะดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย คาดว่าปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวคงทำได้ตามเป้าหมาย 14 ล้านคน แต่รายได้คงไม่ถึง 505,000 ล้านบาท
ปีนี้ ททท. ได้วางแผน การตลาดท่องเที่ยว โดยจะเน้นทำการตลาดแบบเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวอังกฤษ จะเน้นกลุ่มที่ยังมีศักยภาพ หรือเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีกำลังซื้อดี ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยจากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ รัสเซีย สแกนดิเนเวีย หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น สเปน เป็นต้น
ในส่วนงานปีนี้พบว่าผู้ซื้อมาร่วมงานบางตากว่าปีก่อน ผู้ประกอบการต้องลดราคาขายลงมา โดยเฉลี่ยปรับลดราคาลง 20% เนื่องจากผู้ซื้ออ้างเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกต่อหนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจโลกมีผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เหมือนกับทุกๆประเทศที่พึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยว แต่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องลดราคาลงทุกราย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อาทิ เกาะสมุย หรือ จ.ภูเก็ต ขณะที่ จ.เชียงใหม่ ก็ได้รับผลกระทบที่รุนแรง และขณะนี้ จ.เชียงใหม่ ยังเผชิญกับปัญหาหมอกควัน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
อีกทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาสู่ธุรกิจท่องเที่ยวก็ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะจะหาลูกค้าได้ยาก จึงอยากให้ ททท. ช่วยเป็นแกนหลักในการบุกตลาดลูกค้านักท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อมาชดเชยยอดที่หายไป
สำหรับงาน ITB ปีนี้ มีการเจรจาต่อรองลดราคากันหลายรายตั้งแต่ 5-10% เพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้กำลังซื้อหดตัว ดังนั้น การคาดหวังเรื่องยอดขายที่เป็นมูลค่าคงทำได้ยาก แต่จำนวนยอดนักท่องเที่ยวคงเป็นไปตามเป้าที่ ททท. วางไว้ อีกทั้งการเจรจาซื้อขายทัวร์ระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบการไทยก็เป็นการเจรจาซื้อขายระยะสั้นเพียง 3-4 เดือนข้างหน้า แตกต่างจากปกติยอดจองซื้อขายทัวร์จะเป็นการซื้อขายกันเป็นโปรแกรมระยะยาวถึงปีหน้า
“กรณีดังกล่าวทำให้ไม่สามารถชี้วัดได้ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยจะฟื้นตัวได้หรือไม่ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด ในปีนี้ ยังคงเป็นสมุย ภูเก็ต ขณะที่พัทยาและเชียงใหม่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ เนื่องจากตลาดลูกค้าหลักๆ ของพัทยาและเชียงใหม่ คือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งยังไม่สามารถทำใจรับได้กับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ”
หลังจากนี้รัฐบาลไทยจะต้องเตรียมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการทุ่มงบโฆษณา เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นๆ โดยการเจาะตรงไปถึงผู้บริโภคในแต่ละประเทศมากขึ้น และต้องเร่งสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศให้ได้
ในฐานะที่ผู้เขียนก็เป็นคนไทยคนหนึ่งก็ขอฝากท่านผู้อ่านด้วยนะค่ะว่า ไม่ใช่เราจะรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือจะรอให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวเพื่อนำเข้าเม็ดเงินของเขาเพียงอย่างเดียว เราคนไทยทุกคนก็สามารถช่วยประเทศได้ด้วยการช่วยกันกินของไทย ใช้ของไทย เที่ยวในเมืองไทย และอุดหนุนสินค้าไทย เพื่อมิให้เงินไทยรั่วไหลออกนอกประเทศกันนะค่ะ
จบเรื่องข่าวสารมาว่ากันต่อเรื่องความรู้วิชาการที่ได้นำเสนอบนหน้าเว็บไซท์ TopScholar.org กันบ้างดีกว่าค่ะ เพราะล่าสุดทางทีมงานได้นำผลงานวิชาการที่ได้ตีพิมพ์จาก บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด มาอัพเดทเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษากัน สำหรับผลงานที่นำมาเสนอนั้นได้มีการออกแบบรูปเล่ม อีกทั้งใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ตรงนี้ผู้เขียนขอยืนยันเลยค่ะว่าคุณภาพจริงๆ ก็เพราะว่าผู้เขียนได้เห็นผลงานเหล่านั้นมาด้วยตาของตนเองแล้วซิค่ะ เชื่อหรือไม่ค่ะว่าหนังสือที่ผลิตด้วยกระดาษมิโดริกรีนเปเปอร์นั้น เวลาได้อ่านนั้นรู้สึกสบายตากว่ากระดาษทั่วไปมาก เหมาะสำหรับผลงานที่เป็นทางด้านวิชาการมากๆ ค่ะ
นอกจากผลงานวิชาการที่นำเสนอแล้วนั้น ในส่วนคอลัมน์อื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น คอลัมน์สนทนาประสาวิชาการซึ่งตอนนี้เป็นคิวของ ผศ.ดร.มนตรี ชูวงษ์ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพิบัติภัยธรรมชาติอย่างสึนามิ หรือจะเป็นคอลัมน์ชวนคิดชวนอ่านที่ตอนนี้ได้นำบทความเรื่อง “ความลำเอียงของรัฐไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ (ตอนที่ 1)” ซึ่งสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความแตกต่างในการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมไว้อย่างน่าสนใจ ถ้าอยากทราบว่าน่าสนใจเพียงใดนั้นสามารถติดตามชมได้จากเว็บไซท์ของเรานะค่ะ …อ้อ! ที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ หากท่านใดมีข้อแนะนำเว็บไซท์ของเราสามารถส่งความคิดเห็นเหล่านั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ต้องลากันไปก่อนนะค่ะ สวัสดีค่ะ
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













