พิพิธภัณฑ์ทางเพศ
กุมภาพันธ์ 17, 2009
สัปดาห์นี้ต้อนรับท่านผู้อ่านด้วยบรรยากาศ และกลิ่นไอของช่วงเวลาแห่งความสุขกับวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ซึ่งคู่รักหลายคู่ อาจถือโอกาสนี้แสดงความรักด้วยการพากันไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทานข้าว ท่องเที่ยว ทำบุญไหว้พระ ฯลฯ นับว่าเป็นการทำกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น หรือแม้แต่ความรักระหว่าง แม่กับลูก พี่กับน้อง หรือระหว่างเพื่อนก็ตาม เราก็สามารถใช้โอกาสนี้แสดงความรักให้แก่กันได้ไม่มีข้อจำกัดค่ะ เพราะความรักคือ สิ่งเยียวยาสถาบันและสังคมให้เติบโตและมั่นคงได้หากเราใช้ไปในทางที่ถูก
เช่นเดียวกันค่ะ… ความรักเหมือนดาบสองคมที่สามารถจะสร้างสรรค์หรือทำลายได้เท่ากัน แต่ทั้งนี้การจะปลูกฝังความรักที่เป็นไปในแนวทางที่สร้างสรรค์นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสถาบันทางสังคมหลายๆ กลุ่มที่จะเห็นความสำคัญช่วยกันพยุงเยาวชน และลูกหลานในเจเนอเรชั่นต่อไป ได้รู้จักรักให้เป็น การที่ผู้เขียนสาธยายเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็อย่าพึ่งนึกตำหนิในใจว่าไร้สาระนะค่ะ เพราะข่าวที่จะนำมาเสนอกันในวันนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน แต่เป็นความรักที่เจาะลึกลงถึงแก่นวิชาการทีเดียวค่ะ
เพราะเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับองค์การยูเนสโก และองค์การยูเอ็นเอดส์ จัดแถลงข่าวเรื่อง “ฐานข้อมูลเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศ” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ โดยนายพิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นายฟิลิป เบิร์คสตรอม ที่ปรึกษาแผนกการประสานงานด้านเอชไอวี อนามัยเจริญพันธุ์ในเยาวชน และสุขศึกษาในโรงเรียนยูเนสโก และ นายแพรททริค เบรนนี่ ผู้แทนโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ ร่วมกันแถลงโดยมีสาระดังนี้
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จะร่วมกับองค์การยูเนสโก จัดตั้งพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางเพศที่ถูกต้องปลอดภัยให้กับกลุ่มเยาวชน เนื่องจากเยาวชนไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ขณะที่สถานการณ์เอดส์ในกลุ่มเยาวชนก็มีความน่าเป็นห่วงเช่นกัน โดยพบว่า 1 ใน 4 ของเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย และที่สำคัญจำนวนอายุของกลุ่มเยาวชนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เป็นที่น่าห่วง โดยพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ จะมีการจัดพื้นที่ แบ่งเป็นโซน สำหรับจัดแสดงสื่อการเรียนรู้ทางเพศโดยเฉพาะมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย การดูแลร่างกาย สรีระต่างๆ ของผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ จะมีการนำอุปกรณ์ที่จำเป็นในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย อาทิ ถุงยางอนามัยหลากหลายรูปแบบ มาจัดแสดง เป็นต้น ทั้งนี้จะได้มีการนำพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ ออกไปจัดแสดงในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ในรูปแบบของคาราวานวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความตระหนักโดยจะมีการเปิดตัวในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
จะว่าไปแล้วสถานการณ์เอดส์ในประเทศไทยค่อนข้างรุนแรง มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง กลุ่มที่มีพฤติกรรมความเสี่ยง คือ กลุ่มชายรักชาย กลุ่มที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ผู้หญิงที่ขายบริการ ที่สำคัญในกลุ่มผู้หญิงที่แต่งงาน แม้ระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจะมีการรณรงค์เรื่องเอดส์มาตลอด และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนมีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีลดลง แต่ยังคงมีกลุ่มเสี่ยงกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งงานแล้วติดเชื้อจำนวนมาก ในขณะที่สถานการณ์เอดส์ในกลุ่มเยาวชนน่าเป็นห่วง ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์ หนทางการติดเชื้อและแนวทางป้องกัน รวมทั้งสุขภาวะทางเพศ และสื่อการเรียนการสอนทางเพศ ซึ่งสามารถสืบหาข้อมูลออนไลน์ได้ผ่าน www.hs-db.net เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
ในเรื่องของเพศศึกษา หากมองในมุมกลับที่สังคมไทยสมัยก่อนจัดให้เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอายและถูกเก็บเงียบอยู่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งขณะเดียวกันวัฒนธรรมทางตะวันตกก็แทรกซึมสังคมไทยจนกลายเป็นสังคมที่แหลกเหลวเพียงเพราะความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้วัฒนธรรมไทยที่งดงามนั้นผิดรูปผิดรอยตามไปด้วย คงถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยทุกคนควรปัดเท้าชักแถวทำสิ่งที่ออกนอกลู่นอกทางให้กลับมาสู่เส้นทางที่สมควรจะเป็นซะที…
ก่อนหมดหน้าที่ของผู้เขียนในวันนี้ ก็ขอหยิบยกคอลัมน์เด็ดๆ ที่ได้อัพเดทลงไปในหน้าเว็บไซท์ TopScholar.org กันสดๆ ร้อนๆ กับคอลัมน์ “ชวนคิดชวนอ่าน” ที่ตอนนี้ได้นำบทความเรื่อง “ความลำเอียงของรัฐไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ (ตอนที่ 1 )” ของ คุณเกรียงศักดิ์ ปึงประวัติ นักศึกษาปริญญาเอก บัณฑิตวิทยาลัยเอเชีย – แอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในส่วนของภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมที่มีความแตกต่างกันจนทำให้มีผลกระทบต่อประชาชนคนไทยไว้อย่างน่าสนใจ แต่จะน่าสนใจตามที่ผู้เขียนกล่าวอ้างไว้หรือไม่ ต้องติดตามกันในคอลัมน์นี้ค่ะ
อืมห์… เกือบลืมไปค่ะ ว่าตอนนี้ทางเว็บไซท์ของเราได้อัพเดทผลงานทางวิชาการใหม่ๆ ที่ตีพิมพ์ กับโรงพิมพ์คุณภาพอย่าง บริษัท มิสเตอร์ก๊อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการออกแบบและดีไซน์หน้าปกไว้อย่างสวยงามน่าอ่านทีเดียว อีกทั้งเนื้องานพิมพ์นั้นก็ได้มาตรฐานซึ่งตรงนี้ยังไม่ได้รวมกับการพิมพ์ด้วยกระดาษที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และถนอมสายตาอย่างกระดาษมิโดริกรีนเปเปอร์ ซึ่งของเขาการันตีถึงคุณภาพจริงๆ ไม่ใช่ราคาคุยนะค่ะ เพราะผู้เขียนได้เห็นและสัมผัสผลงานเหล่านั้นมาแล้วถึงกล้านำมาเขียนนี่ล่ะค่ะ… คงถึงเวลาที่จะต้องบอกลากันจริงๆ แล้วนะค่ะ หากท่านผู้อ่านมีข้อแนะนำดีๆ ก็สามารถส่งข้อมูลเหล่านั้นมาได้ที่ editor@topscholar.org สำหรับวันนี้ลาก่อนค่ะ
TopScholar’s Web Editor
Comments
แบบฟอร์มแสดงความคิดเห็น













